สมเด็จฮุนเซน กระตุ้นชาติอาเซียน เสนอชื่อจัดบอลโลก

ฮุนเซน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

          สมเด็จฮุนเซน กระตุ้นชาติอาเซียน เนื่องจากที่ผ่านมาการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น มีการจัดขึ้นทั่วทวีปทั่วทั้งโลก ตามชื่อของมัน แต่อย่างไรก็ตาม มีเพียงแค่ไม่กี่ประเทศในเอเชียเท่านั้น ที่ได้รับโอกาสดังกล่าว เนื่องจากการจะเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกได้นั้นต้องมีความพร้อมมากมาย

            ภาพลักษณ์ของบ้านเมือง ต้องเจริญ เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ มากกว่าที่จะเผยภาพประเทศด้อยพัฒนาออกไปให้ชาวโลกได้รับชม ที่ผ่านมาจึงมีเพียงแค่ไม่กี่ประเทศในเอเชีย ที่มีความเจริญมากพอและมีความพร้อมในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก อย่างเช่นญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้

           แม้แต่ประเทศที่เจริญ และมีความพร้อมอย่างประเทศจีน ยังไม่เคยได้รับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกมาก่อน ดังนั้นการที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น จึงเป็นเรื่องที่ยากจนไม่มีใครอยากจะจินตนาการถึง

           แต่หลังจากที่ทางฟีฟ่าได้นำเอาถ้วยฟุตบอลโลกมาโชว์ในประเทศกัมพูชา ก็เหมือนกับการจุดประกายให้กับผู้นำอย่าง สมเด็จฮุน เซน ที่ต้องการจะผลักดันให้ทวีปเอเชียได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกมากขึ้นกว่าเดิม ถึงขั้นที่มีการออกปากวอนให้ประเทศในเอเชียยื่นเสนอชื่อในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกกันเลยทีเดียว

ฮุนเซนอยากจัดบอลโลก

            เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟีฟ่า ได้นำเอาถ้วยฟุตบอลโลกมาโชว์ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมีอดีตนักเตะฟุตบอลดาวดังจากฝรั่งเศสอย่าง คริสติยอง การอมเบอ เป็นผู้นำถ้วยดังกล่าวให้กับสมเด็จฮุน เซ็นผู้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชารวมไปถึงเหล่าคณะรัฐมนตรีได้สัมผัสกันแบบเต็ม ๆ

           มันเหมือนกับการสร้างแรงบันดาลใจ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยปากขอให้ประเทศในแถบอาเซียนทำการเสนอชื่อของตัวเองเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกบ้าง สมเด็จฮุน เซน ได้กล่าวในงานดังกล่าวว่าข้อเสนอจะถูกยกขึ้นมาพร้อมกับผู้นำในกลุ่มอาเซียนโดยใช้ความสามารถของตนเองในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ ตนเองต้องการที่จะเห็นอาเซียนวางแผนและมีวิสัยทัศน์ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในรอบถัด ๆ ไป

          ตนเองจะตรวจสอบถึงความเป็นไปได้และขอให้ผู้นำจากอาเซียนสนับสนุนความคิดเห็นดังกล่าว และทำให้มันเกิดขึ้นจริง ตนเองจะผลักดันความคิดดังกล่าวให้ก้าวหน้ามากขึ้น ก่อนหน้านี้ตนเองเคยพูดหลายครั้งว่าไม่มีมาตรฐานสากลอย่างแท้จริงเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนหรือการเมือง แต่มีจริงในการแข่งขันกีฬา การมาถึงของถ้วยรางวัลในกัมพูชานับเป็นหลักฐานของโลกและแฟนบอล 3 พันล้านคนว่ากัมพูชาสงบสุขและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติภายใต้การพัฒนาและปรับปรุงทุกภาคส่วน โลกควรหันมาให้ความสนใจกัมพูชามากขึ้นหลังได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่ 32 ในปีหน้านับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่จะมีนักฟุตบอลกว่า 2,000 คนที่ได้ฝึกฟุตบอลอาชีพในสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม