เรือใบสีฟ้าเปิดบ้านถล่มปีศาจแดง ทิ้งแต้มห่างหงส์แดง

เรือใบสีฟ้าเปิดบ้านถล่มปีศาจแดง
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

      เรือใบสีฟ้าเปิดบ้านถล่มปีศาจแดง ทิ้งแต้มห่างหงส์แดง “เรือใบสีฟ้า” จ่าฝูง ทำผลงานได้ตามเป้าหลังเปิดบ้านอัด แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 จากผลงานสุดร้อนแรงของ เควิน เดอ บรอยน์ และ ริยาด มาห์เรซ จัดคนละสองตุงพาทีมเก็บเพิ่มเป็น 69 คะแนนทิ้ง ลิเวอร์พูล 6 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

       แมนฯ ซิตี้ ชนะมา 2 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการหลังบุกไปเชือด ปีเตอร์โบโร่ 2-0 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในรายการนี้เจ้าบ้านรั้งจ่าฝูงของตารางคะแนนหลังมี 66 แต้มจากการลงสนามไปแล้ว 27 เกมในฤดูกาลนี้ 

      ทางด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอมา 2 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการหลังเปิดบ้านเสมอกับ วัตฟอร์ด 0-0 ในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้ทีมเยือนมี 47 แต้มจากการลงสนามไปแล้ว 27 เกมและขับเคี่ยวตำแหน่งท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้

      เปิดฉากครึ่งแรกเพียง 5 นาที “เรือใบสีฟ้า” ทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะทางฝั่งซ้าย แบร์นาร์โด้ ซิลวา ทำชิ่งสอดขึ้นมาได้ช่องตบเข้าเขตโทษถึง เควิน เดอ บรอยน์ ขยับมาชาร์จหน้ากรอบ 6 หลาตุงตาข่าย

      นาทีที่ 8 “ปีศาจแดง” ตอบโต้บ้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลเข้าเขตโทษให้ เฟร็ด โชว์ลีลาพลิกหลุดเข้าไปในกรอบ 6 หลาเสียดายจังหวะสุดท้ายแตะยาวซัดไปโดนบล็อค เอแดร์ซอน ออกมาปิดมุมช่วยไว้ได้ทัน

      ต่อมานาทีที่ 17 แมนฯ ซิตี้ หวิดบวกสกอร์เพิ่มจากบอลทางฝั่งซ้าย เควิน เดอ บรอยน์ พาแหวกเข้าเขตโทษแต่งได้ช่องตวัดด้วยซ้ายเล็งเสาไกลติดปลายมือ ดาบิด เด เคอา ล้มไปตบทิ้งออกมานิดเดียว

      แต่แล้วนาทีที่ 22 แมนฯ ยูไนเต็ด มาตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะสวนกลับ ปอล ป็อกบา ถอยมาเก็บทางฝั่งขวาก่อนยกเร็วข้ามฟากไปให้ เจดอน ซานโช่ หลุดเดี่ยวกระชากขึ้นมาโยกตัดเข้าในหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ ก้มหน้าปั่นด้วยขวาบนเส้น 18 หลาโค้งผ่านมือ เอแดร์ซอน เบียดโคนเสาไกลงามหยด

      นาทีที่ 28 “เรือใบสีฟ้า” ขึ้นนำ 2-1 คราวนี้เป็น แจ็ค กรีลิช โขกบอลชงเข้าในถึง ฟิล โฟเด้น ยกข้ามหัว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ หลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้าติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ปัดไม่พ้นเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซ้ำติดบล็อคแฉลบกลายเป็นดีตั้งให้ เควิน เดอ บรอยน์ ซ้ำดาบสามไม่พลาด จบครึ่งเวลาแรก แมนซิตี้ นำ 2-1

     นาทีที่ 49 “เรือใบสีฟ้า” ไล่บีบกดดันสูงเกือบทำสำเร็จจากความขยันของ ฟิล โฟเด้น ไปตามแซะบอลฉกจาก อารอน วาน-บิสซาก้า แต่จังหวะพยายามครอสเข้าในไม่ดีผ่านหน้าประตูหลุดออกหลัง

    ต่อมานาทีที่ 52 แมนฯ ยูไนเต็ด ดักสวนคืนบ้าง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ พาแหวกขึ้นมาแทงเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สอดขึ้นมาตบย้อนเข้าในลึกถึง เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้

    60 นาทีผ่าน ทีมเยือน เกือบได้เฮ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ปั๊มบอลกลางสนามไหลมาเข้าทาง เฟร็ด พาขึ้นมาแทงออกขวาให้ แอนโธนี่ เอลังก้า แตะเข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงช้าโดน ชูเอา คานเซโล่ ตามมาหวดทิ้ง

    2 นาทีต่อมาจากฟรีคิกระยะอันตรายหน้าเขตโทษ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านกำแพงแต่ยังไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา ยืนตำแหน่งดีล้มตัวรับเอาไว้ไม่พลาด

    ต่อมานาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ ขยับหนีเป็น 3-1 จนได้จากลูกสูตรเตะมุมทางซ้าย เควิน เดอ บรอยน์ หยอดย้อนออกมาบนเส้น 18 หลาถึง ริยาด มาห์เรซ ตั้งเท้าปั่นด้วยซ้ายแฉลบ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เสียบเสาไกลงามหยด

    ก่อนจบเกม 15 นาทีจากจังหวะประสานงานสุดสวย เควิน เดอ บรอยน์ ขยับตามมาเชื่อมบอลหน้าเขตโทษดีดเร็วต่อให้ ริยาด มาห์เรซ ตะบันด้วยขวายัดเสาแรกติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ทุบออกหลัง

    ช่วงท้าย แมนฯ ซิตี้ โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียวเกือบได้เพิ่มจาก ชูเอา คานเซโล่ และ อิลคาย กุนโดกัน ส่วนลูกทีมของ ราล์ฟ รังนิก ยังไม่มีโอกาสลุ้นจบสกอร์เพิ่มแม้แต่ครั้งเดียว

    นาทีที่ 90 เจ้าถิ่น ปิดกล่องเป็น 4-1 ดาบิด เด เคอา เปิดบอลไม่ดีสุดท้ายเป็น อิลคาย กุนโดกัน พาหนีขึ้นมาแทงตามช่องให้ ริยาด มาห์เรซ ขยับหลุดเดี่ยวซัดอัดหน้าอก เด เคอา ปลิ้นซุกก้นตาข่าย